Shade of retro / 24 June 2009
ทุกอย่างอิ้ออึงไปด้วยความคิดในหัว. หูอิ้อ. ตัวชา. เสียงเพลงจากบรรยากาศค่อยๆเร่งตัวออกมาตามสติที่ฟังมัน สติจดจ่อกับความคิดและเสียงเพลงไปพร้อมๆกัน ลูกตาเริ่มแห้ง……. ครองสติแบบโดดเดี่ยว สบายตัวแต่ล่องลอย อยากหาอะไรหนักๆมาทำให้หายล่องลอย ตกลงความหนักอึ้งกับความล่องลอย. อันไหนคือสิ่งมีค่า ?? คำตอบตอนนี้คือ “ตัวเรา. ความคิดเรา. ในสถานการณ์ของเรา” มันจะบ่งบอกเองว่าเราอยากหนักอึ้งหรือเบาหวิว ไม่มีคำตอบที่เป็นหนึ่งเดียวตลอดไป
ท่้องเที่ยวกรุงเทพฯ วันที่๒ (๐๙-๐๔-๕๒)
วันนี้เป็นวันที่๒ (๒ คน) สำหรับการเที่ยวกรุง ไม่ได้มีอะไรพิเศษนักสำหรับจุดหมายปลายทาง เป็นเพียงที่ๆคุ้นเคยสำหรับคนบางคน และขณะเดียวกันก็เป็นที่พิเศษๆสำหรับคนบางคน เช่นกัน 01 ผมขอเริ่มต้นการเดินทางวันนี้จากรถ taxi อีกตามเดิมแต่จุดหมายไม่ใช่สถานีรถไฟฟ้าแต่อย่างใด วันนี้ผมมีเพื่อนเดินทาง ผมกำลังเป็นหาเพื่อนเพื่อติดรถไป(สบาย) วันนี้ taxi ไม่มีสีโชคดีจัง02 เราเริ่มต้นที่แรกของวัน โดยจอดรถที่โรงหนังกรีนรามา ใช่แล้วครับจุดหมายที่แรกของเราคือ “พาหุรัด-สำเพ็ง” 03 อาหารเที่ยงวันนี้เป็นส้มตำ ไก่ทอด น้ำตกหมู และส้มตำปูปลาร้า ร้านนี้ไก่ทอดเป็นสูตรทีเด็ด ทอดสีไม่เข้มออกสีขาว เพื่อนมีการคาดเดาว่าเพราะเปลี่ยนน้ำมันบ่อย(ทำตัวเป็นผู้รู้เอามากๆ) รสชาติจะออกเค็มนำ ร้านหาไม่ยาก ห่างจากกรีนรามาเพียงบล็อกเดียว ไก่ทอดขอแนะนำช่วงสะโพก 04 หลังจากอ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงเสร็จ ผมหันไปเห็นตึกสีเหลืองต่นสะดุดตา ผมรู้สึกประทับใจกับอาคารหลังนี้พอสมควร ไม่ใช่เรื่องสีที่สะดุด ไม่ใช่เรื่อง ช่องเปิดที่ดูคิดมา แต่ผมกลับประทับใจกับทัศนคติ และมุมมองที่เจ้าของร้านมีต่อการออกแบบ มันไม่ได้ยากเลย พอผมหันหลังเพื่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายต่อไป คำว่าอาคารหลุดลอยออกไปจากใจผมแล้ว ผมรู้สึกถึงมันในคำว่า “สถาปัตยกรรม” ซะมากกว่า คงเป็นความรู้สึกเดียวกับที่ มีส ฟาน เดอ โรห์ กล่าวว่า “สถาปัตยกรรมมันเกิดตั้งแต่เรา [...]